กินดีมีคุณภาพ ดั่งคนในครอบครัว ‘สิรินทร์ฟาร์ม’

กินดีมีคุณภาพ ดั่งคนในครอบครัว ‘สิรินทร์ฟาร์ม’

“เมื่อก่อนเราอาจไม่ได้สนใจสุขภาพตัวเองมาก แต่พอมีลูก เปลี่ยนไปอัตโนมัติเลย คนเป็นพ่อเป็นแม่ก็อยากให้ลูกได้รับสิ่งที่ดีที่สุด อย่างสมมติกินข้าว เราจะเอาอะไรที่ดีที่สุดในจานกับข้าวนั้นให้ลูก”
“แหม่ม” คัทลียา แมคอินทอช คุณแม่ลูกสามได้เล่าถึงแรงบันดาลใจในการเริ่มทำ “สิรินทร์ฟาร์ม” ณ จ.เชียงราย ซึ่งมีคุณสามีสงกรานต์ กระจ่างเนตร์ เป็นคนลุยเอง

“สิ่งที่ดีแก่ลูกๆ ไม่ต้องราคาแพง ไม่ต้องหายาก ไม่ต้องอร่อยล้ำ หากแต่มีคุณภาพ มีคุณประโยชน์ และปลอดภัยต่อตัวลูกรวมถึงต่อสิ่งแวดล้อมด้วย” เธอบอก

จากจุดเริ่มต้นเล็กๆ ของความห่วงใยและใส่ใจสุขภาพสมาชิกในครอบครัว ค่อยๆ เริ่มส่งต่อไปถึงเพื่อนๆ คนใกล้ชิด และขยับขยายไปสู่ซูเปอร์มาร์เก็ต โรงแรม และเป็นผลิตภัณฑ์ที่เชฟชื่อดังเลือกใช้

“ที่ผ่านมาเวลาเรารับประทานก็เลือกผลิตภัณฑ์ที่ดีอยู่แล้ว พูดตรงๆ สมัยนั้นและสมัยนี้ในเรื่องของผลิตภัณฑ์ก็มีให้เลือกขึ้นเยอะ ตอนนั้นก็ไม่ได้หาง่าย คือว่าประเทศอื่นเขาสนใจเรื่องพวกนี้กันนานแล้ว แต่ประเทศไทยอาจจะช้ากว่าที่อื่นหน่อย เมืองนอกเขาหาซื้อได้ง่าย แล้วคุณภาพเชื่อถือได้จริงๆ ก็เลยคิดไปคิดมา อ๊ะ! เราก็ทำเองสิ”

สิรินทร์ฟาร์ม จากบ้านไร่ของลูกๆ ที่วันหยุดพาลูกๆ ไปปลูกผัก เลี้ยงไก่ กลายเป็นธุรกิจไร้สารเคมี ผลิตภัณฑ์จากสิรินทร์ฟาร์ม ไก่ปลอดสาร ไข่ไก่ หมูปลอดสาร ลูกชิ้นหมู-ไก่ ข้าวหอมมะลิปลอดสาร กุนเชียง ไส้กรอก ซี่โครงหมู เบค่อนรมควัน ไส้อั่ว ไส้กรอกอีสาน ฯลฯ กลายเป็นอีกหนึ่งทางเลือกของผู้บริโภคที่รักสุขภาพ

“เราคุยปรึกษากันมาตลอด ตั้งแต่ไปหาดูที่ ตัดสินใจซื้อที่ ซื้อที่เปล่ามา เราก็ไปไถ่ชีวิตโค-กระบือมาไว้ที่ฟาร์ม และก็เริ่มเลี้ยงไก่ เลี้ยงเป็ด เลี้ยงหมู และมันก็ต่อยอดมาเรื่อยๆ เริ่มจุดประกายก็คือมีลูกสาวเนี่ยแหละ (เนซซี่) ก็เลยอยากให้เขาได้กินอาหารที่ปลอดสาร ไม่มีสารเร่งฮอร์โมนที่เป็นอันตรายมาก

แหม่มจะเป็นกำลังใจมากกว่า พี่บีบี๋ลุยเองหมด เป็นคนลงแรงลงมือ เขาศึกษา เขาชอบและเขาก็อินมาก อยากจะมีฟาร์มเป็นของตัวเอง เราก็ได้แต่เป็นหน่วยให้กำลังใจ ซัพพอร์ตเต็มที่อยากทำอะไร”

ลุยในที่นี้คือลุยจริงๆ คัทลียา บอกว่าหลายคนอาจจะคลางแคลงใจว่าคนที่มีเงิน คงใช้เงินให้คนอื่นลงแรงให้ แต่สำหรับการทำฟาร์มสงกรานต์ลงแรงเองทุกส่วน

“เริ่มตั้งแต่หาความรู้เกี่ยวกับการเกษตรแบบปลอดสารพิษ การทำปุ๋ยเอง การทำคอก ทำเล้า ขุดบ่อเลี้ยงปลา เรียกว่าเรียนผิดเรียนถูกจนให้ผลสัมฤทธิ์ที่ดี ใช้เวลาเกือบ 4 ปี กว่าจะมีวันนี้ ยากมาก มันต้องใช้ความอดทน ใช้ความตั้งใจ ใช้

ทำอันนี้ อ้าว! ผิด ไม่ได้ล่ะ ไก่ตายหมดทั้งคอกเลย ทำยังไงดี เอ๊ะ! เราจะรักษายังไง ป่วย ไม่ให้ยา ไม่ฉีดยา ก็ต้องหาวิธี โอ๊ย! ลองผิดลองถูกมาเยอะ คือถ้าใช้สารเคมีรักษามันง่าย หรือเลี้ยงในกรงก็ดูแลง่าย ให้อาหาร อัดยาอย่างเดียว แต่ไก่ของเราวิ่งเล่นตามทุ่ง เลี้ยงแบบธรรมชาติ พอเลี้ยงแบบธรรมชาติเราก็ควบคุมไม่ได้ ฝนจะตก แดดจะออก หรือโรคระบาด

ตอนนี้พี่บีบี๋วางระบบไว้หมดแล้ว ตัวเขาก็ไปดูบ้างและก็มีคนงานช่วยดูแลตามหน้าที่ต่างๆ เพราะเราไม่ได้อยู่ฟาร์ม 100% มันก็ต้องมีคนที่ทำแทนได้ แต่ช่วงแรกๆ ไปเยอะ ก็ต้องไปดู”

แนวคิดของสิรินทร์ฟาร์ม คือทำการเกษตรแบบยั่งยืน ไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม ใช้หลักการของระบบนิเวศ ศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างสิ่งมีชีวิตกับสิ่งแวดล้อม เช่น มูลสัตว์นำไปทำปุ๋ยหมัก เพื่อนำกลับมาใช้ในการเพาะปลูกพืช ผัก และนำวนกลับมาเป็นอาหารของสัตว์ เรียกว่าไม่มีของเสีย อีกทั้งส่งผลดีต่อระบบนิเวศด้วย

ไก่เลี้ยงแบบปล่อย (Free Range) คือไม่มีการขังกรง แม่ไก่สามารถเดินเล่นได้อย่างเต็มที่ และออกไข่ในรัง ไม่ฉีดยาปฏิชีวนะ (Antibiotics) ไม่ฉีดฮอร์โมน อาหารของไก่ ผสมด้วยสูตรเฉพาะของสิรินทร์ฟาร์ม ซึ่งมีส่วนผสมของสมุนไพรที่เป็นยา เพื่อช่วยในเรื่องภูมิต้านทานให้กับไก่ และไม่ใช้สาร Chlorophyll Red ซึ่งเป็นสารสกัดจากอุตสาหกรรมปิโตรเคมีเพื่อเร่งสีแดงของไข่แดง ทำให้ไข่ไก่ของที่นี่ปลอดสารเคมี

หมู ตอนนี้เป็นฟาร์มแห่งเดียวที่ได้ทำการขยายหมูคุโรบุตะพันธุ์แท้ ไม่ฉีดสารเร่งเนื้อแดง ไม่ฉีดยาปฏิชีวนะ ไม่ฉีดฮอร์โมน

ข้าวหอมมะลิ ปลูกโดยปราศจากการใช้ยาฆ่าแมลงและปุ๋ยเคมี รวมถึงไม่ใช้ยากันชื้น

คัทลียา ฉายภาพต่อว่า สิรินทร์ฟาร์มเสมือนบ้านพักตากอากาศของครอบครัว และเป็นศูนย์การเรียนรู้นอกโรงเรียนให้กับลูกๆ

“ช่วงไหนที่เราว่างตรงกันก็จะขนกันไปทั้งครอบครัว เด็กๆ ไปก็สนุก เนซซี่ (ลูกสาวคนเล็ก) ก็ไปเก็บไข่ พอเก็บเสร็จก็มานั่งเช็ดไข่ ชั่งแล้วก็แพค มันก็เป็นเหมือนกิจกรรมครอบครัว

ตอนนี้ถือว่าประสบความสำเร็จมากเลยทีเดียว และมันก็กำลังขยาย โตเร็วพอสมควร อาจด้วยจังหวะ เพราะเราก็เป็นคนที่มีครอบครัวแล้ว มีลูก เพื่อนเรามีลูก ลูกเรามีเพื่อน ทุกคนก็ใส่ใจเรื่องสุขภาพหมด แม่ๆ ทุกคนก็จะแบบ เอาบ้างดิ ขอกินบ้างดิ มันถึงวัยที่ให้ความสำคัญเรื่องสุขภาพของลูก

แล้วพี่บีบี๋เป็นคนที่ทำอะไรแล้วทำจริง ก็เป็นข้อดี ตอนนี้คือหยุดทำไม่ได้แล้ว ถ้าหยุด อ้าว! แล้วยังไงอ่ะ เราจะทิ้งผู้บริโภคเราเหรอ”

ส่วนเรื่องราคาที่ผลิตภัณฑ์ออร์แกนิคจะมีราคาสูงนั้น แหม่มให้ความเห็นว่า

“ราคาก็ไม่ได้ต่างกันมาก ไข่แพคหนึ่งโดยทั่วไปขาย 60-70 ของเรา 100 บาท ห่างกันไม่มาก แต่ว่ามันคุ้มไหม คุณคิดระยะยาวดีกว่า อย่าคิดแค่ราคา คนชอบคิดว่า โอ๊ย! มันแพง แต่จริงๆ คุณต่ออายุไปได้อีกเท่าไหร่ และเราไม่ได้ตั้งราคาแบบกะฟาดหัวเข้าบ้าน เราคิดให้ฟาร์มมันอยู่ได้ มีกำไรบ้าง เพื่อที่จะไปต่อยอด แต่ไม่ได้คิดว่า ฉันต้องเก็งกำไร เอาให้แบบต้องรวยล้นฟ้า เรายังทำธุรกิจอีกหลายอย่าง แต่ตรงนี้เริ่มต้นมาจากเราต้องการให้ได้กินของที่ดี”

Share this news:

Share on facebook
Share on twitter
Share on email
My Rewards
0
    0
    Your Cart
    Your cart is emptyReturn to Shop